JiN

Friday, June 08, 2007

เช็คสุขภาพจิตกันดีกว่า

อ่านมาจาก mail ลองเล่นก็หนุกดี นานๆ ที เล่นที ก็ดีนะ จะได้เช็คตัวเองบ้าง

> กติกาคือ
> 1.ใครที่ได้รับเมลนี้จะต้องส่งต่อไม่งั้นตกส้วม , ขึ้นคาน
> 2.ส่งอย่างน้อย 1 คน
> 3.ห้ามโกง
> 4.หยิบปากกากะกระดาษขึ้นมาเขียน A or B
>
> ย้ำค่อยๆคิดใตรตรองนะจ๊ะ
>
> 1.เธอ ชอบมั้ยกับการที่มีแต่ใครๆ มาห้อมล้อมรุมรักเธอ
>
> A ชอบดิ เหมือนดาราดีอ่ะ
> B โอ๊ย! ยุ่งอารายกะชั้นนักหนา
>
> 2.เธอคิดว่าไม่ว่าจะเจอเรื่องแย่แค่ไหน....ก้ต้องมีสิ่งดีๆมาหาเธอเสมอ
>
> A แน่นอนชีวิตใครจะหดหู่อยู่ตลอด
> B โอ้ไม่แน่นอน โลกนี้โหดร้ายกับฉันเสียจิง
>
> 3.เธอคิดว่าถ้ามีเรื่องแย่ๆ แค่ไหนก็ตามเกิดขึ้นในอนาคตเธอจะสามารถผ่านมันไปได้ด้วยดี
>
> A ปล่อยมันไปเดี๋ยวก้ดีเอง
> B ไม่แน่ใจว่าจะรับได้แค่ไหน
>
> 4.เธอคิดว่าวิถีชีวิตที่เธอได้เธอเป็นอยู่ตอนนี้ดีสุดๆ
>
> A แค่นี้ก็ OK น่ะ
> B ก็ลุ่มๆ ดอนๆ ยังไงก้ไม่รู้
>
> 5.เธอมีเพื่อนสนิทที่คุยกันได้ทุกเรื่องหรือป่าว
>
> A แน่นอนเพื่อนซี้มีคนเดียวก็เกินพอ
> B ชอบมีเพื่อนเป็นกลุ่มมากกว่าอบอุ่นดี
>
> 6.เธอรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าเวลาตื่นนอนตอนเช้า
> A สดชื่นทุกวัน แม้ว่าเป็นวันที่น่าเบื่อ
> B ไม่รู้เป็นไร สดชื่น เฉพาะเสาร์อาทิดย์เท่านั้น
>
> 7.เมื่อมีปัญหาเธอคิดเสมอว่ามันต้องมีทางออกของมันเอง
>
> A ทุกอย่างมีทางออกของมันเอง
> B ไม่เสมอไป บางอย่างเราก็แก้ไขไม่ได้เอง
>
> 8.เธอคิดว่าตัวเองมีข้อดีที่น่าภูมิใจ
> A แน่นอน ไม่เข้าข้างตัวเองแล้วจะไปเข้าข้างใคร
> B ไม่เลย รู้สึกทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง
>
> 9.เธอเคยฮัมเพลงเวลาอาบน้ำบ้างหรือป่าว
> A แน่นอนเทสเสียงไปในตัว
> B ไม่อ่ะ อายตัวเองจิงๆ
>
> 10.เธอมีจุดมุ่งหมายในใจอยู่เสมอ
>
> A เป้าหมายในชีวิตวัดความสำเร็จ
> B คิดแค่วันนี้ตอนนี้อย่างเดียวเท่านั้น
>
> 11.เธอมีความสุขกับการวิ่งตามความฝันของตัวเอง
>
> A ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึงด้วย
> B รู้สึกว่าความฝันห่างไกลเหลือเกิน
>
> 12.เคยมั้ยบางวันแค่มองดวงจันทร์ก็ยืนอมยิ้ม
> A เคยสิ โรแมนติกยังไงก้ไม่รู้
> B อยู่ไหนเหรอดวงจันทร์ ไม่เห็นมานานแล้ว
>
> 13.เธอปวดหัวบ่อย ๆ โดยไม่มีสาเหตุหรือป่าว
>
> A ปวดเฉพาะเป็นหวัดคัดจมูก
> B ปวดเป็นงานอดิเรกเชียว
>
> 14.เดี๋ยวนี้ชอบเม้าท์แตกเรื่องชาวบ้านหรือป่าว
>
> A ไม่เลย เรื่องชาวบ้านเราไม่เกี่ยว
> B ไม่รู้เป็นไร เห็นใคร ก็คันปากไปหมด
>
> 15.เดี๋ยวนี้ขี้หลงขี้ลืมหรือป่าว
>
> A ไม่น่ะ ปกติดี
> B นั่นสิ ป้ำๆ เป๋อๆ ยังไงก็ไม่รุ้
>
> 16.นอนหลับสบายดีมั้ย
>
> A หัวถึงหมอนก็นอนฝันหวาน
> B นอนไม่หลับกระสับกระส่าย
>
> 17.พักนี้เธอบ่นอยากไปไหนไกลๆ รึป่าว
>
> A อยากไปกะเพื่อนๆ เฮฮาปาร์ตี้
> B อยากไปที่ไหนก็ได้คนเดียว ในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก
>
> 18.เธอรู้สึกเหนื่อยง่าย แม้ทำอะไรนิดๆ หน่อยๆ
>
> A ไม่เลย แข็งแรงทนทานดีอยู่
> B นั่นสิเหมือนแก่ก่อนวัยยังไงก็ไม่รู้
>
> 19.เดี๋ยวนี้เธอทะเลาะกับคนรอบข้างถี่เกินไปรึป่าว
>
> A ไม่น่ะออกจะรักกันจี๋จ๋า
> B นั่นสิ เจอใครก็เหม็นหน้าไปหมด
>
> 20.ช่วงนี้ทำอะไรไม่ค่อยจะมีสมาธิเลยจริงๆ
>
> A ปกติ (อ่านหนังสือแล้วจำไม่ได้ยังไงก็เป็นอยู่อย่างนั้น)
> B รู้สึกเนือยๆ ไม่ค่อยตั้งใจทำอะไรเลย
>
>
> เช็กระดับความเครียดกันสักหน่อย
>
> ถ้าเลือกข้อ A ต่ำกว่าสิบข้อ
>
> ชมรมความเครียดยินดีต้อนรับ แหมหนุ่มน้อยสาวน้อยเอ๋ย
> รู้สึกเธอจะเครียดเกินไปแล้วนะ
> อายุก็เท่านี้เองจะซีเรียสกับชีวิตไปไย
> เธอต้องหาเวลาเพื่อนผ่อนคลายหรือหาสาเหตุที่ทำให้เธอเครียดขืนปล่อยเอาไว้จะทำให้เธอเสียสุขภาพจิตได้
>
> ถ้าเลือกข้อ A ตั้งแต่ 10-15 ข้อ
>
> สุขภาพจิตของเธออยู่ในระดับปกติ
> แต่ก็อาจจะมีแนวโน้มที่จะเครียดได้ถ้ามีอะไรมากระตุ้น
> หรือมีเรื่องมากระทบจิตใจเธอ
> ทางที่ดีพยายามเตือนตัวเอง "ไม่เอาน่าอย่าเครียดๆ"
>
> ถ้าเลือกข้อ A มากกว่า 15 ข้อ
> เย้!
> ดีใจด้วยน่ะที่ไม่ต้องเข้ามาอยู่ในชมรมคนเครียดสุขภาพจิตของเธอแข็งแรงดี
> มีความสุขในชีวิตปัจจุบันตามสภาพ
> สามารถแก้ไขข้อคับข้องใจและปัญหาเฉพาะหน้าได้
> ยอมรับความเป็นไปต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ง่าย
> ทำให้มีความสุขกับการใช้ชีวิต
>
> อย่าลืม ทำตามกติกา
>
> ห้ามส่งกลับ
> ^.^

Tuesday, May 01, 2007

ของเล่นใหม่...สะสมเหรียญ

เพิ่งเริ่มสะสมเหรียญได้ซัก 2 เดือนนี่เอง ก็สะสมแบบทางลัดน่ะ
วิธีการก็ง่ายๆ นะ
...เหรียญไทย ก็ไปเก็บมาจากเก๊ะแม่...
พอดีได้ไปเที่ยวเมกา
ก็เลยไปเก็บเหรียญฝรั่งก็มาจากเก๊ะคนอื่นเค้าอีกนั่นแหละ

วันนี้วันแรงงาน ว่างๆ ก็มานั่งเรียงๆ ชื่นชมกันบ้าง
ขนาดยังได้ไม่ครบทุกรัฐ มันยังน่าเอามาเรียงดูเล่นๆ เลยอ่ะ


Thursday, March 15, 2007

อมาดาด

ไปนอนเล่นที่อมาดาดรีสอร์ทมา เป็นแพบนทะเลสาบเหนือเขื่อนศรีนครินทร์ อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจน์ไป 72 กม. ต้องนั่งเรือจากฝั่งออกไป 20 นาที อากาศมัวๆ หมอกเยอะ แต่ร้อนนะ ก็ตามปกติของเมืองกาญจน์นะ กลางวันมันจะร้อนซะเรื่อย

รูปนี้ถ่ายมาตอนประมาณ 2 ทุ่มก่าๆ ได้มั้ง พระจันทร์เพิ่งขึ้นไม่นาน ฟ้ามืด พระจันทร์แดง เห็นเงาจันทร์ในน้ำ ขาตั้งกล้องก็เจ๊งพอดี เลยต้องเอากล้องวางที่พื้นแล้วถ่ายรูปมา เรียกได้ว่า ที่นี่บรรยากาศดีมากเลย






พอซักสี่ทุ่ม ที่รีสอร์ทเค้ามีเกี๊ยวน้ำให้กินด้วย แต่ต้องสละสิทธิ์ไปด้วยความง่วง (ไม่กงไม่กินแล้วว้อย ตูจะนอน) ก็นอนเล่นตรงระเบียงริมน้ำหน้าห้อง ฟังเสียงลมเสียงคลื่น ดูเงาเกาะกลางแสงจันทร์ไปพักใหญ่ แล้วก็แป้ก

พอดึกๆ สมาชิกกลับมาห้องกัน ก็เลยย้ายเข้าไปนอนบนเตียงแทน แต่ก็ไม่ปิดประตูหน้าต่างนะ นอนดูน้ำ ฟังเสียงลมต่อจนหลับ

พอซักเกือบหกโมงเช้า เริ่มมีคนตื่นเตรียมตัวนั่งเรือไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันที่เกาะตรงข้ามแพ เค้าตื่นกัน เราก็ตื่นมั่ง แต่ลืมตามาบนเตียง มองไปทางหน้าต่าง ก็เห็นว่า พระจันทร์สีแดงเมื่อคืนน่ะ ตอนนี้มันมาอยู่ทางทิศตะวันตกแล้ว มองเห็นได้จากบนที่นอนเลย สวยมาก

หลังจากชื่นชมพระจันทร์อยู่พักนึง ก็เดินออกไปตรงที่ถ่ายรูปพระจันทร์เมื่อคืน ไปรอถ่ายพระอาทิตย์ขึ้น สมาชิกคนอื่นเค้านั่งเรือไปดูพระอาทิตย์กัน แต่เราเลือกนั่งถ่ายรูปที่แพนี่แหละ มีกาแฟ หนมปัง ไข่ดาว ข้าวต้มให้กินอีกตะหาก แล้วที่สำคัญนะ ที่แพเนี่ย ถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นได้สวยกว่าไปดูที่เกาะอีกอ่ะ :D





Sunday, February 25, 2007

บางปู


ไปเดินเล่นแถวบางปูมา
ตอนแรกว่าชักร้อนแล้ว นกคงไม่มีมั้ง
แต่เค้าเขียนว่า "สถานที่ตากอากาศบางปู" น่ะ
ก็คิดซะว่าไปตากอากาศก็แล้วกัน

พอไปถึง ก็ประมาณ 4 โมงเย็น อืมมม ร้อนแฮะ
ก็เดินถ่ายรูปตรงนั้นตรงนี้ไปเรื่อย พอเดินถึงสะพาน เออ มีนกนี่ เยอะเหมือนกัน (แอบคิดถึงไข้หวัดนกนิดนึง)
แดดยังแรงไปนิด แต่ก็เอาวะ ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ
.
เห็นมีร้านขายอาหารเลี้ยงนก (แต่ไม่ได้ซื้ออ่ะ ขี้เกียจล้างมือ)
ป้ายหน้าร้านเขียนว่า "อิสลาม เป็นมันไก่ทอด" ขายมันไก่ทอด
อืมม นกพวกนี้มันเป็นนกมุสลิมนี่เอง (มันอพยพมาจากไหนกันนะ)
.





เดินต่อไปจนสุดสะพาน จะเป็นร้านอาหาร เห็นมีป้ายว่า ศาลาสุขใจ
ซื้อไอติมโคนที่ศาลานี่มากิน ... ร้อนๆ นี่มันต้องไอติมเนาะ... อร่อยจัง
ตอนที่กำลังกินไอติม ก็เห็นต้นไม้ข้างสะพาน อยู่หน้าศาลาน่ะแหละ

เอ หน้าตาคุ้นๆ วุ้ย
มีลูกๆ ด้วย
.
ลำพูนี่หว่า
.
โห ... ต้นนี้มันมีครบเลยนะ
เห็นตั้งแต่ตูมๆ จนเป็นลูกเลย
.
ตอนไปอัมพวา ยังไม่ได้เห็นขนาดนี้เลย
เก๊าะตอนนั้น ต้นลำพูมันสูงง่ะ
แต่ที่นี่ มีสะพานให้เดินดูยอดลำพูได้เลย :)

Wednesday, February 21, 2007

อั๊ต กิน ซู ก๊ะ


เอ่อ ... ตอนนี้อั๊ตกลายเป็นเด็กกะเหรี่ยงไปแล้ว ชื่อตัวเองก็ยังออกเสียงไม่ได้ (จริงๆ แล้ว ชื่อ อัส) จะกินซูกัส ก็ยังเป็นซูก๊ะ ลูกอมอันโน้นไม่กิน มัน เผะ(เผ็ด) ทำไมตอนเล็กๆ ก็ดูเป็นอาตี๋นี่นา พอได้ 2 ขวบ ดันกลายเป็นเด็กดอยไปซะแหล่ว

Sunday, February 18, 2007

อยุธยา ... วัดพระราม


ต่อจากวิหารพระมงคลบพิตร ก็เดินข้ามถนน 2 เลน ไปที่วัดพระราม วัดนี้มีช้างให้นักท่องเที่ยวนั่งแล้วพาเดินรอบๆ ด้วย ถ่ายรูปช้างมาหลายรูป มีคนนั่งหน้าตาจีนมั่ง ฝรั่งมั่ง ดูจะนิยมนั่งช้างกันนะ คงเห็นเป็นของแปลก แต่จะไม่โชว์รูปช้างดีก่า เก๊าะเราว่ามันไม่แปลกนี่นา

วัดนี้กว้างดี ทางเข้าก็อยู่ตรงประตูในรูปนี่แหละ เดินเข้าไปแล้วก็จะเจอต้นไม้พอสมควร มีนกบินไปบินมาหลายตัว แต่เก็บมาได้แค่ตัวเนี๊ยะ เดินไปเดินมา เห็นดอกอะไรไม่รุ แต่ก็เรียกว่าดอกหญ้าทุกที เจอขึ้นอยู่ตรงกำแพงรอบเจดีย์ ดูแล้วก็เอามาคิด(อีกละ) ว่าต้นหญ้าก็มีความพยายามใช่เล่นนะ พื้นดินเยอะแยะ แต่อยากจะอยู่บนกำแพงอ่ะ มันเด่นดี มีไรป่ะ

วัดนี้ก็มีป้ายอีกเหมือนกัน ก็เลยถ่ายรูปป้ายมาอีกแล้ว

วัดพระราม
Wat Phra Ram

วัดพระรามปรากฏในหนังสือพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐว่าสมเด็จพระราเมศวรทรงสร้างตรงที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จเจ้าอู่ทอง ซึ่งเป็นพระราชบิดาเมื่อ พ.ศ.1912 แต่ในระยะนี้สมเด็จพระราเมศวรครองราชสมบัติอยู่เพียงปีเดียวเข้าใจว่าคงจะสร้างไม่สำเร็จ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 คงจะทรงช่วยเหลือหรือทรงยินยอมให้สร้างต่อจนสำเร็จได้ หรือมิฉะนั้น ก็คงจะสร้างขึ้นเมื่อสมเด็จพระราเมศวร เสวยราชย์ครั้งที่ 2 หลังจากสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 สวรรคตแล้วก็ได้วัดนี้ต่อมาได้ชำรุดทรุดโทรมลงในรัชกาลต่อมาก็จะคงจะซ่อมและสร้างเพิ่มเติมอีกหลายครั้งเพราะเป็นวัดที่อยู่ใกล้พระราชวัง ต่อมามีการซ่อมครั้งใหญ่ทั่วทั้งอารามในแผ่นดิน สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ หลังจากนั้นมาซ่อมใหญ่อีกคราวหนึ่งในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เมื่อ พ.ศ.2284 ในปัจจุบันยังมีสิ่งที่น่าดูเหลืออยู่อีกหลายอย่าง เช่น พระปรางค์ใหญ่องค์หนึ่งและเจดีย์อีกหลายองค์ด้านหน้าวัดมีบึงใหญ่อยู่ บึงใหญ่นี้เข้าใจว่าคงจะมีมาแต่ก่อนสร้างกรุงศรีอยุธยาแล้ว เดิมเรียกว่า "หนองโสน" หนองเดิมคงจะเล็กกว่านี้ ต่อมามีการสร้างกรุงศรีอยุธยาคงจะขุดเอาดินในหนองนี้ขึ้นมาถมพื้นวังและวัด พื้นที่ที่ขุดเอาดินมาได้กลายเป็นบึงใหญ่โตไป บึงนี้มีชื่อปรากฏในกฏมณเฑียรบาลว่า บึงชีขัน และต่อมาเปลี่ยนชื่อใหม่เรียกว่า บึงพระราม ชื่อนี้ก็ยังคงเรียกต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

อยุธยา ... พระมงคลบพิตร



วิหารพระมงคลบพิตร เป็นที่ถัดไปที่ได้ไปเดิน อยู่ติดกับวัดพระศรีสรรเพชญ์เลย ตะก่อนเคยคิดว่าเป็นที่เดียวกันนะ เชื่อมานานว่าพระมงคลบพิตรเป็นพระพุทธรูปในวัดพระศรีสรรเพชญ์ ไปคราวนี้ถึงได้รู้นี่แหละว่าอยู่ติดกันเฉยๆ เข้าไปในวิหารตอนประมาณบ่ายโมงได้ ก็เข้าไปไหว้พระกัน คนเยอะดี มีชั้นให้วางรองเท้าข้างหน้าวิหารก่อนเข้าไปไหว้พระ ต้องผลัดกันเข้าไป กลัวออกมาแล้ว scholl จะกลายเป็นอีแตะ รูปพระนี่ก็ยกกล้องถ่ายกันดื้อๆ เลย คนเยอะแยะ ขาตั้งมีก็เท่านั้น ลุ้นเหมือนกันว่าภาพจะไม่ชัดหรือเปล่านะ

ไปกันตอนบ่ายทีนึงละ ตอนเย็นก็ยังอุตส่าห์ไปถ่ายรูปตอนตะวันตกดินกันแถวนี้อีก ก็เลยมีภาพทั้งกลางวันกลางคืนเลย ก็สวยดีนะ แต่รู้สึกว่า คนแถวนั้นเนี่ย ตอนกลางคืนผ่านไปผ่านมา จะกลัวกันบ้างหรือเปล่านะ เห็นแต่เจดีย์หัก วิหารพัง พระไม่มีเศียร อยุธยาเนี่ย วัดเยอะจริงๆ

เจอป้ายหน้าวิหาร ยืนดูซักพัก ก็คิดว่า ถ่ายกลับมาดีกว่า อ่านไปก็จำไม่ได้หรอก ถ่ายกลับมา ถึงเค้าจะว่ากันว่ามีคนอยู่ประเภทนึงที่เวลาไปเที่ยวชอบถ่ายป้ายก็เหอะนะ แต่ก็ยังจะถ่ายป้ายกลับมาอยู่ดี :)

พระมงคลบพิตร

พระมงคลบพิตร เป็นพระพุทธรูปโบราณขนาดใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งของประเทศไทย มีขนาดหน้าตักกว้าง 9 เมตร 55 เซนติเมตร ส่วนสูงเฉพาะองค์ 12 เมตร 45 เซนติเมตร ซึ่งประดิษฐานอยู่ทางด้านทิศตะวันตกในวิหารพระมงคลบพิตร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีการสันนิษฐานวาสร้างขึ้นในระหว่างปีพ.ศ.1991 - 2145 ซึ่งเดิมนั้น พระมงคลบพิตรประดิษฐานอยู่ทางทิศตะวันออก แล้วสร้างมณฑปครอบในปี พ.ศ. 2236 ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2249 ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าเสือ อสุนีบาตตกลงมาต้อง ยอดมณฑปพระมงคลบพิตรเกิดไฟไหม้เครื่องมณฑปทรุดพังมาต้องพระศอพระมงคลบพิตรหัก จึงทรงโปรดให้บูรณะใหม่เป็นมหาวิหารและต่อพระเศียรพระมงคลบพิตรในสมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ (พ.ศ. 2285-2286) ในสมัยกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2310 วิหารของพระมงคลบพิตรถูกข้าศึกเผาเครื่องบนโทรมลงมาต้องพระเมาฬีและพระกรขวาของพระมงคลบพิตรหัก และมีการบูรณะซ่อมแซมใหม่ให้เหมือนเดิมในปี พ.ศ.2499ต่อมาเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2533 สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายกเสด็จฯ มาเป็นองค์ประธานจุดเทียนชัยพุทธาภิเษกพระพุทธรูปพระมงคลบพิตรจำลองและได้ประทานพระดำริว่าถ้าได้มีการปิดทองจะทำให้พุทธลักษณะงดงามน่าเลื่อมใสแก่ศาสนิกชนประกอบกับสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถได้เสด็จฯ พระราชดำเนินมาทรงนมัสการพระมงคลบพิตร และได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นจำนวนเงิน 70,000 บาทเพื่อบูรณะปฏิสังขรณ์ ดังนั้นจึงดำเนินการบูรณะปิดทององค์พระมงคลบพิตรเพื่อเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

อยุธยา ... วัดพระศรีสรรเพชญ์


ต่อจากคราวที่แล้ว...
วัดถัดไปที่ไปเที่ยวมา ...วัดพระศรีสรรเพชญ์... เพิ่งจะสังเกตตอนไปเที่ยวคราวนี้นี่เองว่า ชื่อวัดสะกดแปลกดี เดินดู เดินถ่ายรูปไป ใจก็คิดไปเรื่อยว่า สมัยก่อนมันจะสวยขนาดไหนนะ คิดแล้วก็ปลงนิดๆ ว่าอะไรอะไรมันก็พังกันไม่ยากเลยนะ

นอกจากรูปแล้ว คราวนี้ถ่ายรูปป้ายบอกประวัติวัดมาด้วย ก็จะลอกมาให้อ่านกันซะหน่อย

วัดพระศรีสรรเพชญ์

วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง นับเป็นต้นแบบของวัดในพระบรมมหาราชวังของสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ คือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระราชพงศาวดารฯ ระบุว่าสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายพระราชวังขึ้นไปทางเหนือ จนถึงแม่น้ำลพบุรี แล้วยกที่เดิมเพื่อสร้างพุทธาวาสในเขตพระราชวัง "ศักราช 854 ชวดศก ประดิษฐานมหาสถูปพระบรมไตรโลกนาถและสมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้า" ความในพระราชพงศาวดารฯ ข้างต้น ทำให้สันนิษฐานกันว่าในปี พ.ศ.2035 สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 พระราชโอรสของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถได้ทรงสร้างเจดีย์ใหญ่ขึ้น 2 องค์ ที่วัดพระศรีสรรเพชญ์ กล่าวคือ เจดีย์องค์ตะวันออกและองค์กลางเพื่อบรรจุพระบรมอัฐิพระราชบิดาและพระเชษฐา เมื่อถึงรัชกาลสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 (พระบรมราชาหน่อพุทธางกูร) โปรดเกล้าฯให้สร้างเจดีย์ขึ้นอีก 1 องค์ เรียงต่อมาทางด้านทิศตะวันตก เพื่อบรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ระหว่างเจดีย์ประธาน 3 องค์ นั้นมีมณฑปคั่นอยู่ เข้าใจว่าสร้างขึ้นในชั้นหลัง คงในราวรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง มีร่องรอยการปฏิสังขรณ์ อย่างน้อย 1 ครั้ง คงในราวรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศวิหารหลวงสร้างในปีพ.ศ.2042 อยู่ด้านหน้าของสถูปองค์ตะวันออก ปีต่อมาสร้างพระพุทธรูปยืนหุ้มทองขนาดใหญ่ ประดิษฐานไว้ภายในวิหารหลวงนั้น พระราชทานนามว่า "พระศรีสรรเพชญ์" เล่ากันว่าในคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งสุดท้าย ข้าศึกได้สุมไฟพระศรีสรรเพชญ์เพื่อเอาทอง ล่วงมาในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญชิ้นส่วนชำรุดของพระศรีสรรเพชญ์องค์นี้ลงมากรุงเทพฯ และบรรจุชิ้นส่วนซึ่งบูรณะไม่ได้แล้วเหล่านั้น ไว้ในเจดีย์องค์ใหญ่ที่สร้างขึ้น และพระราชทานชื่อเจดีย์ว่า "เจดีย์สรรเพชญดาญาณ"

Thursday, February 08, 2007

อยุธยา ... วัดใหญ่ชัยมงคล


เพิ่งไปยุดยามาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขับรถไปก็ได้ยินเสียงผู้โดยสารพูดถึงวัดไม่รู้ตั้งกี่แห่ง วัดนั้นก็จะไป วัดโน้นก็อย่าพลาดนะ เยอะแยะมากๆ มีเสียงพูดถึงพระราชวังบางประอินด้วยนะ ฟังแล้วก็คิดว่า มันจะไปได้กี่แห่งกันว๊า .... ก็เริ่มประเดิมกันด้วยวัดใหญ่ชัยมงคลก่อนละกัน


 
eXTReMe Tracker